WARCRAFT III : THE FROZEN THRONE

(Warcraft III: Reign of Chaos)
เป็นเกมคอมพิวเตอร์ประเภทวางแผนเรียลไทม์ ภาคต่อในชุดเกมวอร์คราฟต์ สำหรับวินโดวส์ และ แมคอินทอช เกมวอร์คราฟต์ 3 ได้รับการพัฒนาโดย Blizzard Entertainment เกมเริ่มออกสู่ตลาดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
เกมวอร์คราฟต์ 3 เป็นหนึ่งในเกมซึ่งเป็นที่รอคอยของแฟน ๆ มากที่สุดและเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสามารถขายปลีกได้กว่า 4.5 ล้านแผ่น และขายได้จำนวนครบ 1 ล้านแผ่นภายในเวลาหนึ่งเดือน วอร์คราฟต์ 3 ยังคว้ารางวัลเกมยอดเยี่ยมได้หลายรางวัล รวมทั้งรางวัล "เกมแห่งปี" จากสิ่งตีพิมพ์มากกว่าหกแหล่ง
อารัมภบท
ภาพการรบในสงครามครั้งที่สอง
วอร์คราฟต์ 3 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกที่ชื่อว่า อาร์เซรอธ หลายปีก่อนที่เรื่องราวในเกมจะเริ่มขึ้น กองทัพปีศาจซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม เบิร์นนิง ลีเจียน พยายามที่จะทำลายโลกอาร์เซรอธ โดยส่งเผ่าพันธุ์ที่ถูกควบคุมจิตใจ ซึ่งเรียกว่า ออร์ค หลังจากสงครามยาวนานหลายปี พวกออร์คได้พ่ายแพ้ต่อกองกำลังผสมของมนุษย์ คนแคระและเอลฟ์ พวกออร์คที่รอดชีวิตอยู่ถูกจำขังไว้ในค่ายกักกัน หลังจากการกักขังอันยาวนาน ทำให้พวกออร์คเหล่านี้หมดความปรารถนาที่จะสู้รบ เมื่อไม่มีศัตรูให้เห็น สันติภาพจึงบังเกิด แต่ว่าฝ่ายพันธมิตรทำท่าว่าจะแตกสลาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน วอร์คราฟต์ 3 ได้เกิดขึ้นภายหลังจากช่องว่างจาก วอร์คราฟต์ 2 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเคยจะถูกสร้างให้เป็นเกมที่ชื่อว่า วอร์คราฟต์ แอดเวนเจอร์ แต่ว่าเกมดังกล่าวถูกยกเลิกระหว่างการพัฒนากลางคัน
ตัวละคร
ผู้ทำนาย - เมดิฟฮ์หรือผู้พิทักษ์คนสุดท้าย (The Prophet, Medivh, The Last Guardian) เป็นผู้ได้รับอำนาจอันยิ่งใหญ่ในวัยเยาว์เพื่อปกป้องดินแดนอาเซรอธให้พ้นจากเงื้อมมือของปีศาจ อย่างไรก็ตาม เขาถูกเข้าสิงโดยซาร์เกรัส แห่งเบิร์นนิง ลีเจียน และนำออร์กเข้าสู่โลกอาเซรอธ เขากลับมาอีกครั้งในสงครามครั้งที่สามเพื่อให้แน่ใจว่าเบิร์นนิงลีเจียนจะมาถึงจุดจบ
อาร์ธัส เมเนธิล (Arthas Menethil) มงกุฎราชกุมารแห่งอาณาจักรลอร์เดอรอน บุตรแห่งราชาเทเรนัส ทรงเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดน ลูกศิษย์ของอูเธอร์ เป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ในภายหลังต้องต่อสู้กับโรคระบาดที่คุกคามดินแดนบ้านเกิดจนทำให้เสียสติ เขาต้องการทำลายล้างโรคระบาดตลอดกาลโดยการเดินทางตามไปยังนอร์เดอเรน หรือ นอร์ทแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะน้ำแข็งทางตอนเหนือของโลก ที่นั่นเขาได้ครอบครองดาบต้องคำสาป ฟรอสต์มอร์น ซึ่งได้กลืนกินดวงวิญญาณของเขาไป ทำให้เขาเริ่มเดินสู่เส้นทางของการเป็นลิชคิง
เทเรนัส เมเนธิล (Terenas Menethil) ราชาแห่งอาณาจักรลอร์เดอรอน พระองค์เคยเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งฝ่ายพันธมิตรซึ่งเอาชนะฝ่ายอนารยชนในสงครามครั้งที่สอง แต่ในสงครามครั้งที่สามนี้ พระองค์ก็มีพระชนม์มายุมากแล้ว พระองค์ถูกปลงพระชนม์โดยอาร์ธัส บุตรชายของพระองค์เอง
อูเธอร์ เดอะ ไลท์บริงเกอร์ (Uther the Lightbringer) อัศวินชั้นสูงแห่งลอร์เดอรอน เป็นผู้ก่อตั้งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ อัศวินหัตถ์เงิน ผู้สู้และรักษาด้วยพลังแห่งแสงสว่าง แม้ว่าเขาจะเป็นอาจารย์ของออร์ธัส แต่ก็ไม่สามารถป้องกันอาร์ธัสจากการถูกควบคุมโดยปีศาจได้ ในตอนบั้นปลายของชีวิต เขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ขณะป้องกันเถ้าธุลีของกษัตริย์เทเรนัส
ไจน่า พราวด์มัวร์ (Jaina Proudmoore) บุตรีแห่งนายพลเรือพราวด์มัวร์ ผู้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและคนรักของอาร์ธัส เป็นศิษย์ของนักเวทย์อันดับหนึ่งนาม แอนโทนิดัส เธอเป็นผู้เดียวที่ยอมนำเหล่ามนุษย์ไปยังดินแดนคาลิมดอร์ตามคำบอกของมาดีฟ
มูราดิน บรอนซ์เบียร์ด (Muradin Bronzebeard) พี่น้องของหนึ่งในราชาของคนแคระ เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของอาร์ธัส เขาได้ออกค้นหาดาบต้องคำสาบในนอร์เธรินก่อนที่อาร์ธัสจะมาถึง
แอนโทนีดาส (Antonidas) นักเวทแห่งดาลารัน เขาเป็นผู้ส่งไจน่าเพื่อจัดการกับโรคระบาดครั้งใหญ่ และเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อการป้องกันนครดารารานต่อฝ่ายสเคิร์จ เป็นผู้นำในการป้องกันนครระหว่างที่มีการปิดล้อม อย่างไรก็ตาม เขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ในระหว่างการปิดล้อมนั้นเอง
มัลแกนิส (Mal'ganis) แวมไพร์ เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อแผนการนำให้อาร์ธัสไปสู่เส้นทางของลิชคิง ในภายหลัง ปรากฏว่าเขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับคำสั่งโดยตรงจากลิชคิง
เคลทูซาร์ด (Kel’Thuzad) เนโครแมนเซอร์ที่เคยถูกอาร์ธัสและไจน่าร่วมมือกันสังหาร แต่ปัจจุบันถูกอาร์ธัสปลุกชีพขึ้นมาเป็นพ่อมดมืด เขามีส่วนสำคัญต่อการอัญเชิญอาร์คิมอนด์มายังอาเซรอธลิชคิง - เนอร์ซูล
(Lich King - Ner'zhul) เนอร์ซูลเคยเป็นออร์คผู้วิเศษ เขาถูกหลอกลวงโดยพวกปีศาจให้รับใช้พวกมัน ในภายหลังเขาได้พยายามหลบหนี แต่ถูกจับได้ ร่างกายของเขาจึงถูกดองเอาไว้และทรมาน วิญญาณของเขาถูกผนึกไว้ในแท่งน้ำแข็งในนอร์เธรินด์ และทำให้อำนาจทางจิตของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เขาสามารถควบคุมกองกำลังอันเดตจำนวนมากได้ด้วยอำนาจทางจิตของเขา
มานนารอธ (Mannoroth) ฉายา "เจ้านรก" เขามีความสามารถในการสะกดจิตใจของออร์คด้วยการใช้เลือดของตน ถูกสังหารโดยกรอม เฮลสกรีมในถ้ำแห่งหนึ่งภายในป่าอเชนไวล์
ทิคอนดริอุส (Tichondrius) แวมไพร์แห่งกองกำลังเบิร์นนิง ลีเจียน เขาเป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงานของอาร์ธัส และภายหลังได้เป็นผู้บัญชาการโดยตรงของกองกำลังอันเดต ถูกสังหารโดยอิลิดานในป่าเฟลวูด
อาร์คิมอนด์ (Archimonde) ปิศาจแห่งกองกำลังเบิร์นนิง ลีเจียน โดยเป็นรองผู้บัญชาการ ถัดจากคิลเจย์ดิน ถูกอัญเชิญมายังอาเซรอธโดยเคลทูซาร์ด เขาได้นำกองกำลังแห่งเบิร์นนิง ลีเจียนเพื่อรุกรานป่าอเชนไวล์โดยมีเป้าหมายเพื่อครอบครองต้นไม้แห่งโลก เขาถูกสังหารโดยวิญญาณบรรพบุรุษของเอลฟ์ราตรี
ธรอล (Thrall) บุตรแห่งดูราธาน เจ้าสงครามแห่งฝ่ายอนารยชน ผู้ซึ่งปฏิเสธการสะกดจิตใจของพวกปีศาจ ธรอลต้องตกเป็นทาสของมนุษย์ในช่วงต้นของชีวิต หลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกทรยศและสังหาร หลังจากที่หลบหนีจากเจ้านายของเขา เขาได้ปลดปล่อยพวกออร์กในค่ายกักกันซึ่งเป็นเชลยศึกมาตั้งแต่สงครามครั้งที่สอง เขาได้ขึ้นเป็นผู้นำของออร์กทั้งหมดหลังจากการตายของออกริม ดาร์กแฮมเมอร์ ซึ่งเป็นเจ้าสงครามคนก่อน ธรอลเป็นผู้นำเหล่าอนารยชนข้ามทะเลไปยังดินแดนคาลิมดอร์ตามคำบอกเล่าของมาดีฟ
กรอม เฮลสกรีม (Grom Hellscream) เป็นเจ้าแห่งเผ่าวอร์ซอง สหายที่รักยิ่งของธรอลที่มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง เขาเป็นผู้สมัครใจที่จะยอมรับในการสะกดจิตใจของเหล่าปีศาจ เผ่าวอร์ซองของเขาเป็นเผ่าแรกที่ธรอลพบเจอระหว่างความพยายามที่จะปลดปล่อยออร์กให้เป็นอิสระ ในครั้งนั้นกรอมม์ถูกจับขังเอาไว้โดยพวกมนุษย์และสุดท้ายก็ถูกธรอลช่วยออกมาได้ ต่อมา กรอมได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจการสะกดใจของเหล่าปีศาจอีกครั้งหนึ่ง แต่ได้รับการช่วยเหลือและปลดปล่อยโดยกองกำลังของธรอลและไจน่า กรอมเป็นผู้ที่สังหารแมนนารอธ แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง
แคริน บลัดฮูฟ (Cairne Bloodhoof) เป็นผู้นำของเผ่าทอเรนส่วนใหญ่ในดินแดนคาลิมดอร์ เผ่าของเขาเกือบต้องพ่ายแพ้ต่อการทำศึกกับเหล่าเซ็นทอร์ แต่ได้รับการช่วยเหลือจากธรอล
เซนาเรียส (Cenarius) เป็นบุตรครึ่งเทพ บุตรแห่งดวงจันทร์และกวางขาว ผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของเอลฟ์ราตรี ถูกสังหารโดยกรอมในระหว่างที่ถูกสะกดใจ
ทายเรนเดอ วิสเพอร์วินด์ (Tyrande Whisperwind) นักบวชหญิงแห่งจันทรา เป็นผู้นำเดี่ยวของเอลฟ์ราตรีฝ่ายที่ขึ้นตรงต่อเทพีแห่งจันทรา อลูน เป็นคนรักของมัลฟิวเรี่ยน เป็นผู้ที่เคยรบกับเบิร์นนิง ลีเจียนกว่าหนึ่งหมื่นปีก่อน และกลับมาสู้รบอีกครั้งเมื่อเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ได้มาบุกรุกป่าอาร์เชนเวลท์ของพวกเอลฟ์ราตรี จนกระทั่งเธอปลุกดรูอิดขึ้นมาจากการหลับไหล เธอได้เข้าร่วมกับธรอลและไจน่าในการป้องกันยอดเขาไฮจาล
มัลฟิวเรี่ยน สตอร์มเรจ (Malfurion Stromrage) ผู้นำแห่งดรูอิดทั้งหมด และเป็นผู้ที่เคยรบกับเบิร์นนิง ลีเจียนพร้อมๆกับทายเรนดี เซนาเรียส และอิไลเดนน้องชาย หลังสงครามเขาได้หลับไหลมากว่าพันปี ถูกปลุกโดยทายเรนดี้อีกครั้งเพื่อมาต่อกรกับเบิร์นนิง ลีเจียน เขาเป็นผู้ปกป้องโลก ซึ่งมีพลังแห่งธรรมชาติ และสามารถเรียกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งเอลฟ์ราตรีได้
อิลิดาน สตอร์มเรจ - ผู้ทรยศ (Illidan Stormrage - The Betrayer) น้องชายของมัลฟิวเรี่ยน เป็นนักล่าปีศาจฝีมือดีของเอลฟ์ราตรี แต่กลับหลงรักคนคนเดียวกับพี่ชาย เขาได้ต่อสู้กับปีศาจมากเกินไปในช่วงการรุกรานของปีศาจในครั้งแรก และมีหนทางที่ผิดประเพณี ทำให้ผู้อื่นหมดความไว้เนื้อเชื่อใจ และด้วยนิสัยที่ใฝ่หาพลังที่แข็งแกร่งของเขาทำให้เกิดเรื่องขึ้นในสงครามครั้งที่สอง เขาจึงถูกกักขังด้วยสาเหตุการก่อสร้างบ่อน้ำนิรันดรบนยอดเขาไฮจอลโดยการจับกุมของเมอีฟ ซึ่งพวกเอลฟ์ราตรีเห็นว่าจะทำให้ปีศาจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง (จะกล่าวถึงในบทของบัลลังค์น้ำแข็ง) เขาได้รับคำสาบจากซาร์รัส ทำให้เขาตาบอด แต่ยังสามารถสัมผัสถึงเวทมนตร์ที่อยู่รอบ ๆ สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตอยู่
ซิลวานิส วินด์รันเนอร์ (Syvalnas Windrunner) พลธนูแห่งเอลฟ์ชั้นสูง เป็นผู้คุมประตูที่นำไปสู่นครซิลเวอร์มูน ถูกอาร์ธัสสังหารและยังถูกสาปให้กลายเป็นผีร้าย
วอร์คารฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็ง (Warcraft 3: The Frozen Throne) เป็นภาคต่อของ วอร์คราฟต์ 3: หายนะเข้าครอบงำ (Warcraft 3: Reign of Chaos
เผ่าพันธุ์ใหม่
Naga = นากา หรือ เผ่าสมุทร ในภาคนี้ จะมีเผ่าพันธุ์ใหม่ ที่เรียกว่านากา [Naga] เป็นเผ่าสมุทร เผ่าพันธุ์นี้ได้หลับไหลอยู่ใต้บาดาลมาเป็นเวลานาน แต่หลังจากที่อิลลิแดนได้พลังปิศาจอันยิ่งใหญ่ และหลบหนีจากพี่ชายของเขาได้นั้น เขาก็ได้ปลุกเผ่าพันธุ์นี้ขึ้นมา
ตามเนื้อเรื่องนากาคือพวกไนท์เอลฟ์ที่ติดอยู่ในวังน้ำวนแห่งนิรันดร์และหลังจากเวลาผ่านไปเป็นพันๆปีพวกเขาจึงได้กลายร่างเป็นนากาในที่สุด
เผ่า Naga จะมีเล่นเฉพาะในแบบเนื้อเรื่องเท่านั้น เพราะเป็นเผ่าที่โกงสุดๆ สร้างสิ่งก่อสร้างในน้ำได้ สามารถว่ายน้ำในส่วนที่ทหารเดินไม่ถึงได้ และใช้ทรัพยากรน้อย ทหารแต่ละตัวจะมี Skill เฉพาะตัวที่แข็งแกร่งมาก
Blood Elf = เอลฟ์โลหิต นอกจากชนเผ่าเงือกแล้ว นี่ก็เป็นอีกเผ่าที่จะมามีบทบาทสำคัญเช่นกัน ที่จริงแล้วเผ่านี้ เดิมมีชื่อว่า High Elf เป็นเผ่าที่แยกตัวมาจาก Night Elf อีกที แต่เผ่าพันธุ์นี้นับถือในบ่อน้ำซันเวล [Sun Well] ที่มีพลังสูงส่ง แต่หลังจากการล้างเผ่าพันธุ์โดยฝีมือของอาร์ธัส [ในภาค Reign Of Chaos ที่อาร์ทาร์สสังหารซิลวานัสและชิง Sun Well มาเพื่อคืนชีพให้แก่เคล ทูซาร์ด] ผู้ที่เหลือรอด ก็เปลี่ยนชื่อตนเองเป็นเอลฟ์โลหิต เพื่อระลึกถึงการเสียสละของเพื่อนพ้องที่โดนสังหารไป
ตัวละครใหม่
ไมเอฟ [Maiev] เอลฟ์สาวผู้ที่เคยจับกุมอิไลเด้นเข้าสู่คุกใต้ดิน [ก่อนที่ทายเรนเด้อและมัลฟิวเรี่ยนจะไปถึง] เมื่อเธอทราบข่าวเรื่องการหลบหนีของอิไลเด้น ก็รีบนำกำลังเข้าปะทะเพื่อจับกุมอีกครั้ง
เคล [Kael] เจ้าชายแห่งบลัดด์เอลฟ์ ที่ยอมให้มนุษย์ใช้ประโยชน์จากตนเอง เพื่อปกป้องเพื่อนพ้องที่เหลือรอดจากการล้างเผ่าพันธุ์ของอาร์ธัส
เลดี้ วาชจ์ [Lady Vashj] เงือกสาวผู้ภักดีต่ออิลิเด้น และเป็นผู้นำกองกำลังเงือก
เรกซ์ซาร์ [Rexxar] ยักษ์ผู้ควบคุมสัตว์ เป็นลูกผสมของออร์กและออร์คเป็นพวกชอบเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่ชัด
อันที่จริงตัวผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับ WARCRAFT 3 เหมือนกันแต่พอมาอ่านก็ทำให้รู้สึกน่าสนใจและประทับใจกับบทความนี้มากครับ เลยเอามาเสนอกัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก WIKIPEDIA.ORG ครับ